Featured Stories
ข่าวสารและบทความ — "PIXIE BOX" ผลงานนวัตกรรม AI ของทีมเด็กวิศวะ ยกระดับการเข้าถึงศิลปะการแสดงไทย
"PIXIE BOX" ผลงานนวัตกรรม AI ของทีมเด็กวิศวะ ยกระดับการเข้าถึงศิลปะการแสดงไทย

อีก 1 ความภาคภูมิใจเมื่อ ทีม Siam Pose นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านเข้ารอบ 38 ทีมสุดท้าย จาก 54 ทีมทั่วประเทศในโครงการ Learn Lab 2025: Soft Power Beyond AI จากการพัฒนาผลงาน "PIXIE BOX" ระบบถ่ายภาพ Photo booth ที่ใช้ AI เปลี่ยนให้คุณสวมใส่ชุดลิเกแบบเรียลไทม์ โดยได้แรงบันดาลใจจากพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงตรัสให้แก่ เอ ไชยา มิตรชัย ว่า “อย่าทิ้งลิเกนะ” ทำให้ทีมเกิดไอเดียที่อยากฟื้นฟูศิลปะไทยให้คนรุ่นใหม่กล้าภูมิใจและแชร์วัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั่วโลก

สมาชิกทีม Siam Pose
- นางสาวชณัญญา สุทธิ สาขาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูลและนักศึกษาทุนเพชรในชัยพฤกษ์ 100% รุ่น 66
- นายณัฏฐณรงค์ เที่ยงจิตต์ สาขาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูลและนักศึกษาทุน Tech Talent รุ่น 66
- นายโจอันเนส พอลลัส มัคคารายัน โอเปิ้ล สาขาวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการข้อมูลและนักศึกษาทุน BU Creative รุ่น 68
- นายภาณุพงษ์ สังขทิน สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์
- นายณัฐพงศ์ ทาลี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์
จุดเริ่มต้น PIXIE BOX บวกกับลิเกไทย
โครงการนี้เกิดจากแรงบันดาลใจเมื่อทีมได้เห็นพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ตรัสว่า "อย่าทิ้งลิเก" คำพูดนี้ทำให้ทีมตั้งคำถามว่า “ทำไมวัฒนธรรมไทยอย่างลิเก ไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับประเทศญี่ปุ่นที่มีคาบูกิ หรือประเทศเกาหลีมีพันซอรี?” กลับกันลิเกของไทยกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร "จากข้อมูลที่รวบรวมพบว่าประมาณ 85% ของคนไทยมองข้ามลิเกไป และเยาวชนไม่ค่อยได้เข้าถึงศิลปะการแสดงนี้เลย" หนึ่งในสมาชิกทีมเล่า "พวกเราจึงคิดว่า ถ้าเอาสองสิ่งนี้มารวมกัน ทั้ง Photobooth ที่เริ่มน่าเบื่อและลิเกที่ถูกมองข้าม นำมาผนวกรวมและใช้ AI มาช่วยผลักดัน มันน่าจะสร้างความน่าสนใจและเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น"


นวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่ Photobooth ธรรมดา
PIXIE BOX ไม่ได้เป็นแค่ระบบถ่ายภาพที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลิเกเท่านั้น แต่ยังมีเกมที่ใช้ระบบ Pose Estimation ที่จับการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยผู้เล่นจะต้องทำท่ารำให้ตรงกับท่าต้นแบบ ยิ่งทำได้แม่นยำก็จะได้คะแนนมากขึ้น "มันไม่ใช่แค่การถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ผู้ใช้งานจะได้คลิปวิดีโอที่สามารถนำไปลง TikTok หรือโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ต่อได้ ซึ่งในทางอ้อมก็ทำให้คนที่มาเล่นได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยโดยที่เขาไม่รู้ตัว เพราะท่าต่าง ๆ ที่ต้องทำนั้น คือท่ารำของไทยแท้ ๆ"
ที่น่าสนใจคือสมาชิกทีมต้องการที่จะขยาย Concept นี้ไปยังวัฒนธรรมการแสดงท้องถิ่นอื่น ๆ อาทิเช่น มโนราห์ในภาคใต้ หรือการแสดงพื้นบ้านทางภาคเหนือ


เส้นทางสู่รอบ 38 ทีมสุดท้าย
การแข่งขันแบ่งออกเป็นหลายรอบ เริ่มจากการส่ง Pitch Deck รอบแรก ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 54 ทีม จากนั้น ทีมที่ผ่านเข้ารอบต้องเข้าร่วม Workshop เป็นเวลา2 วัน “ใน Workshop พวกเราได้รับความรู้เกี่ยวกับการ Brainstorm, การออกแบบ Business Model Canvas, วิธีการเข้าสู่ตลาด อีกทั้งยังมีผู้ชนะจาก Season ที่แล้วมาให้ความรู้เรื่องการออกแบบ Prototype รวมถึงวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI มาให้ความรู้เกี่ยวกับการนำ AI มาบูรณาการในด้านต่าง ๆ หลัง Workshop ทีมต้องส่ง Pitch Deck ฉบับสุดท้าย และเข้าสู่รอบนำเสนอแบบ One Page Summary ที่มีเวลาเพียง 1 นาที ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก”

บทเรียนและประสบการณ์ที่ได้รับ
สำหรับสมาชิกหลายคนในทีม นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้แข่งขันในระดับประเทศ "ผมได้เรียนรู้เรื่อง Time Management, การ Brainstorm, การจับต้นชนปลายบางอย่างที่เราทำก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่พอมาทำงานกับกลุ่มนี้ก็ได้เรียนรู้เยอะมาก" สมาชิกอีกคนเสริมว่า "ผมติดกับเทคโนโลยีมาตลอด แต่การแข่งครั้งนี้ทำให้รู้วิธีการ Research การหาข้อมูล และเข้าใจการวางแผนด้าน Business มากขึ้น ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง AI อย่างเดียว"
ปิดท้ายด้วยสมาชิกทีมที่ผ่านการแข่งขันมาไม่น้อย "การได้ทำงานกับทีมนี้ทำให้เข้าใจเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ชนะในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา มันคือก้าวหนึ่งของความสำเร็จและมันทำให้มีแรงบันดาลใจในการแข่งในอนาคตมากขึ้น"

ในอนาคตเป็นมากกว่า Photobooth ธรรมดา
สมาชิกทีมมั่นใจว่าหาก PIXIE BOX มีงบประมาณสนับสนุน จะสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจจริงได้ "ตอนนี้ระบบใช้งานได้แล้ว ขาดแค่ทุนที่จะทำเป็นตู้หรือ Studio จริง ๆ ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยน Concept ตามภูมิภาคได้ ภาคใต้ก็เป็นมโนราห์ ภาคเหนือก็เป็นการแสดงพื้นบ้านท้องถิ่น จุดประสงค์สำคัญของโครงการคือ การทำลายกรอบความคิดที่ว่า “ความเป็นไทยคือความน่าอาย” บางคนอายที่จะแสดงความเป็นไทย แต่ไม่อายที่จะเล่นเกม คนสมัยนี้เล่น Instagram ลง Story เยอะ แต่ไม่กล้าลงเกี่ยวกับความเป็นไทยมากเท่าที่ควร ถ้า Photobooth นี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาจริง ๆ อาจทำให้คนไทยกล้าโชว์วัฒนธรรมไทยมากขึ้น สมาชิกอีกคนเสริมว่า "มันเป็นสิ่งที่สามารถ Viral ได้ง่าย อาจไม่ได้คงอยู่นาน แต่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ต่อเนื่อง ทุกคนที่ถ่าย Photobooth ต้องถ่ายรูปหน้าตู้ก่อน พอถ่ายเสร็จก็ถ่ายรูปอีกทีเป็นการประชาสัมพันธ์สองเท่า"

โครงการ PIXIE BOX นี้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยี AI ในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นต้นแบบที่ดีของการทำงานเป็นทีม การกล้าคิดกล้าทำ และการนำเอาภูมิปัญญาไทยมาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง
แห่งการเรียนรู้
ไปกับ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ให้เราช่วยเลือกหลักสูตร คณะ สาขาหรือต้องการติดต่อกับเรา
ข้อมูลการศึกษา
ข้อมูลการสมัคร
ติดต่อมหาวิทยาลัย